วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

“โซเชียลมีเดีย” เป็นเหตุ


“โซเชียลมีเดีย” เป็นเหตุ

วันนี้ มีเรื่องเกี่ยวกับความรักของคนสองคน มาให้อ่านกันก่อนอื่นของแทนตัวละครในเรื่อง N ( แทนฝ่ายชาย )  ส่วน K ( แทนฝ่ายหญิง )

เรื่องเกิดขึ้น เมื่อ หลายปีที่แล้ว ตอนนั้น N กับ K กำลังศึกษาอยู่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ช่วงนั้นแรกๆ N กับ K ก็ไม่ได้รู้จักกันมากสักเท่าไหร่
สาเหตุที่ทำให้ N กับ K ได้มารู้จักกัน เป็นช่วงที่โรงเรียน มีจัดกิจกรรม จริยธรรม โดยพานักเรียนชั้น ม.4 ไปเข้าค่ายจริยธรรม ที่ วัดแห่งหนึ่ง แถวโรงเรียน  เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน
วันแรกของการเข้าค่ายจริยธรรม พระอาจารย์ ได้ให้ ผู้ชายของแต่ละห้องสลับที่กันนั่ง โดนที่ห้อง ของ N ได้สลับที่นั่ง กับ ผู้ชายห้องของ K หลังจากสลับที่นั่งเสร็จ แล้ว ต่างคนก็ต่าง ไม่พูดคุยกัน จนเวลาผ่านไป
วันที่สองของการเข้าค่ายจริยธรรม ก็ต้องตื่นมาทำวัดตอนเช้า หลังจากทำวัน พระอาจารย์ ก็ให้ หัวแถวสลับไปอยู่ท้ายแถว แล้วให้ท้ายแถวสลับมาอยู่หัวแถว หลังจาก N และ K ได้ ย้ายมาอยู่หลังแถว เราก็เริ่มที่จะคุยกัน เข้าสู่ช่วงเย็น พระอาจารย์ ก็มีกิจกรรม เพื่อ ทดสอบ ความสามัคคีของ ทั้งฝ่ายชาย และ ฝ่ายหญิง หลังจากทำกิจกรรมเสร็จ  K ก็ทำ ผ้าเช็ดหน้าตก แล้ว เพื่อนของ N ก็ เห็นว่าเป็น ผ้าเช็ดหน้าของ K N ก็เลย อาสา ที่จะเอาไปคืนในวันรุ่งขึ้น
วันที่สามของการเข้าค่ายจริยธรรม ก็ตื่นมาทำวัดเช้า เช่นเคย หลังจากทำวัดตอนเช้า พระอาจารย์ ก็ให้งีบหลับเป็นเวลาสักพักใหญ่ แล้วพระอาจารย์ก็ปลุก ให้ไปรับประทานอาหารเช้า ช่วงเวลานั้น N ก็ เลยนำผ้าเช็ดหน้าไป คืนให้ K       แล้วก็บอกว่า เธอทำตกไว้ เมื่อวาน เวลาก็ผ่านไป จนช่วงเย็นของวันนั้น ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน
หลังจากนั้นเวลาผ่านไป 3 - 4 วัน เพื่อนของ K ก็ มาถาม N ว่ามีแฟนยัง K ชอบอ่ะ จีบได้ไหม N ก็ตอบไปว่าได้….แล้ว N กับ K ก็ คบกัน มีเรื่องเข้าใจผิด และ ทะเลาะ กันบ้าง เหมือนคู่รักทั่วไป
เวลาดำเนินผ่านไปหลายเดือน โซเชียวมีเดียวก็ เริ่มเข้ามาในชีวิตของ N และ K หลังจาก N และ K เล่น โซเชียวมีเดีย การคุยกัน ก็เริ่มน้อยลง ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป….. เวลาผ่านไปสัก 2 เดือน ที่ K เล่นโซเชียวมีเดีย K ก็เริ่มมีท่าทางเปลี่ยนไป เหมือนมีคนนี้ ซ่อนอยู่ โดยที่ไม่บอก N ( โกหก N ว่าไม่มีใคร ทั้งที่มี ซึ่ง N ก็รู้ว่ามีคุยกับคนอื่น อยู่ ในโซเชียวมีเดีย ) หลังจากที่ N รู้ว่า K มีคนอื่น ก็ เริ่มหาเรื่องทะเลาะ แล้วก็ขอเลิก
หลังจากวันที่ N บอกเลิก K  N ก็นำของที่ได้จาก K ไปคืน K ทุกอย่าง แล้วก็ได้ยินว่า K มีคนใหม่แล้ว

สุดท้ายแล้วการเล่น โซเชียวมีเดีย ก็มี ทั้งข้อดี และ ข้อเสีย ขึ้นอยู่กับว่า คุณกับแฟนของคุณ จะเลือกมองข้อดีหรือข้อเสียมากกว่ากัน และ ก็เชื่อใจซึงกันและกัน อย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ

จากคนที่ “แอบชอบ” สู่ “แฟน”


จากคนที่ “แอบชอบ” สู่ “แฟน”

ก่อนอื่นเลยขอแทนตัวละครในเรื่องก่อน ให้ N ( แทนผู้ชาย ) และ F ( แทนอยู่หญิง )
เรื่องเกิดขึ้นเมื่อหลายปี ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ย่านบางเขน ตอนนั้น N กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และ F กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น F เป็นรุ่นน้องในคณะสีเดียวกัน
เวลาที่เรียนโรงเรียนเดียวกันผ่านไป 1 ปี N กับ F พึ่งจะมารู้จักกัน ตอนปลายเทอม 2 ในช่วงกีฬาสีของปีการศึกษาที่ N อยู่ชั้น ม.4 และ F อยู่ชั้น ม.1
สาเหตุในการเจอกันของ N และ F เพราะอยู่คณะสีเดียวกัน โดยที่ N เป็นรุ่นพี่ ในคณะ และ F เป็นรุ่นน้องในคณะ หลังจากที่ N เจอ F  N ก็เริ่มตามสืบว่าน้องคนนั้นเป็นใคร ชื่อไร ทำไมน่ารักจัง ใช่เลยอ่ะ ชอบอ่า….
กว่า N จะรู้ว่า F ชื่อไร เวลาก็ผ่านไป เกือบ 1 ปี จนเข้าสู่ช่วงกีฬาสี ปีที่ 2 ของ N และ F ในโรงเรียนแห่งนี้ ช่วงนั้น N เป็นนักกีฬาบาสของคณะสี ร่วมกับรุ่นพี่อีกคน และ เพื่อนใน ห้องของ F เลยทำให้ N และ F เจอกันบ่อยขึ้นและเริ่มสนิทกันมากขึ้น ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ N รู้สึกชอบ F มากขึ้น จนเข้าสู่กลางแข่งบาสรอบแรก F ก็มาเชียร์ ( คงจะเชียร์เพื่อนในห้องเค้าละ คงไม่ใช่เรา N คิดในใจ ) ผลการแข่งขันรอบแรก แพ้ ตกรอบ หลังจากจบงานกีฬาสี N กับ F ก็ คุยกันน้อยลง กว่าช่วงกีฬาสี
เวลาดำเนินผ่านไป เข้าช่วงกลางสู่เทอม 1 ปีสุดท้ายของ N และ F
N เลย ตัดสินใจ ลองถาม F ว่าแฟนไหม F ก็ตอบว่า ทำไม ถ้าไม่มี “แฟน” จะ “จีบ” อ่อ N ก็เงียบ หลังจากที่ F ตอบว่ายังไม่มีแฟน N ก็ ตัดสินใจ “จีบ” F อย่างจริงจัง ก่อนที่จะต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเรียนที่อื่น หลังจากนั้น ประมาณ 2 วัน F ก็ ตอบตกลง เป็นแฟนกับ N
เวลาผ่านไปเข้าสู่ช่วงเวลากิจกรรมกีฬาสีปีสุดท้ายของ N และ F ในปีนี้ N เป็นหัวหน้าทีมบาสเกตบอลชายและมี เพื่อนในห้องของ F อยู่ในทีม ช่วงเวลากิจกรรมกีฬาผ่านไปไม่กี่วัน F ก็ขอเลิกกับ N บอกว่าไป พี่น้อง กันดีกว่า
สาเหตุที่เลิกัน เพราะ มันมีอะไรหลายอย่างไม่เข้ากัน N ก็ ยอมรับ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ มันก็เป็นช่วงเวลาที่ N มีความสุข

ถึงใครจะบอกว่า การเป็น “แฟน” กับคนที่ “แอบชอบ” นี่ มีความสุขมากๆ แต่ก็ใช่ว่า การเป็น “แฟน” กับคนที่ “แอบชอบ” แล้วจะ โอเค ไปหมด มันขึ้นอยู่ที่ คนสองคน ว่าจะ ปรับตัวข้าหากันได้มากแค่ไหน ยอมรับข้อเสียของแต่ละฝ่ายได้มากแค่ไหน

สุดท้ายนี่ การเป็น “แฟน” กับคนที่ “แอบชอบ” ก็จริง แต่ การอยู่แบบ “แอบชอบ” ท่าจะมีความสุขกว่า การเป็น “แฟน” กัน แล้วปรับตัวเข้าหากันไม่ได้

เกิดมาเพื่อยอมเธอ…..


เกิดมาเพื่อยอมเธอ…..

ก่อนอื่นของแทนตัวละครในเรื่องก่อนนะครับ ให้ N ( แทนผู้ชาย ) และ M ( แทนผู้หญิง )
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ N กำลังศึกษาอยู่ ม.4 กำลังขึ้น ม.5 และ M พึ่งจบการ ประถม 6 และกำลังเข้าเรียน ม.1 โรงเรียนใหม่ ในช่วงเวลาปิดเทอมใหญ่ ( ฤดูร้อน ) เป็นช่วงเวลาที่ N และ M เจอกันเป็นครั้งแรกที่สนามกีฬาหมู่บ้าน ในช่วงเวลานั้น M กำลังอยู่ในช่วงที่ทะเลาะกับแฟน  และ เริ่มที่จะคุยกับ N ใหม่ๆ แฟนของ M เลย พาลหาว่า N ไปจีบ M หลังจากที่ N โดนหาว่าเข้าไปจีบ M  N ก็เลยบอกแฟนของ M ว่า แค่คุยกันเฉย หลังจากที่บอกเหตุผลไป N ก็เงียบหายเลยติดต่อกับ M
เวลาผ่านไปจนเข้าสู้หลังสงกรานต์ M ก็ติดต่อหา N อีกครั้ง แล้วก็บอกว่า โดนแฟนบอกเลิก แล้วให้มาคบกับ N เลยไหมละ ในเมื่อ N ดีกว่านิ หลังจากที่ N ได้ฟังก็ถามว่า “ตกลง” M จะเอายังไงละ…. M ก็ตอบกลับมาว่า ยังไม่แน่ใจ ตอนนี้ขอคิดเรื่องหาที่เรียนเลยก่อน แล้วก็ ช่วยคุยอยู่อย่างเป็นต่อไปก่อนได้ไหม ไม่อยากอยู่คนเดียว กลัวคิดมาก
หลังจากที่ N คุยกับ M เป็นช่วงเวลาระยะเวลาหนึ่ง M ก็เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเดียวกับที่ N กำลังศึกษาอยู่ หลังจากที่ M ได้ที่เรียน ทุกอย่างที่ M กังวลก็น้อยลง ในช่วงเวลานั้น N กับ M ก็คุยกันมากขึ้นกว่าก่อน M ก็เลยลองถาม N ว่า เราเป็นแฟนกันได้ไหม ในเมื่อตอนนี้ N โสด M ก็โสด ทำไมไม่มาเป็นแฟนกัน ในเมื่อคุยกับบ่อย ยิ่งกว่าแฟนกันอีก N บอกว่าดูๆกันไปก่อน ท่าจะดีกว่า เวลาดำเนินผ่านไปเดือนกว่า N และ M ก็เป็นแฟนกัน ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี….
เวลาในการเป็นแฟนกันของ N และ M ผ่านไป 1 ปี ก็มี ทั้งดีและร้าย ปะปนกันไป จนเข้าสู่เดือนสิงหาคม M ก็มีคนใหม่คุย ช่วงกลางเดือนสิงหาคม M ก็โทรมาขอเลิกกับ N
N ก็ยอมเลิกโดยดี จะไปขอไรได้อ่ะ ให้เมื่อ M หมดรักกันไปแล้ว ถึงจะรั้งไว้ยังไง M ก็ไม่อยู่ N ก็ขอให้ M โชคดีกับทางที่เลือกแล้วกัน
ผลสุดท้าย การยอมให้คนที่เรารักไปเจอสิ่งดีๆที่เค้าเป็นคนเลือก มันจะดีกว่าเรายื้อเค้าไว้ ความรักไม่ใช่แค่การครอบครองเค้าไว้ ไม่ให้เจอสิ่งใหม่ๆที่ดี แต่ ความรักคือการที่เราเห็นคนที่เรารักมีความสุข ถึงแม้เราจะเป็นคนเจ็บก็ตาม ยังไงเราก็ต้องยอมปล่อยมือของเธอไป และไม่เรียกร้องอะไร…..

มันคงเป็นโชคชะตาให้ “ เกิดมาเพื่อยอมเธอ ” ……

พูดไม่คิด


พูดไม่คิด

ผมมีเรื่อง “พูดไม่คิด”  เกี่ยวกับความรักที่อยากมาระบาย
ขอแทนตัวละครในเรื่องก่อน N ( แทนผู้ชาย ) M ( แทนผู้หญิง )

เรื่องเริ่มมาจาก N เล่น กีฬา อยู่กับเพื่อน แล้ว M ก็ มาหาแฟน ( เพื่อน N ) และนั้นก็ เป็นครั้งแรกที่ N ได้เจอกับ M เป็นการเจอกัน ครั้งภาแรกที่ไม่น่าประทับใจ สักเท่าไหร่ เพราะ N กำลังสนุกกับการเล่น กีฬา ก็เลยเสียงดัง โวยวาย นิดหน่อย หลังจากวันนั้น N กับ M ก็เริ่ม คุยกัน เจอกัน บ่อยขึ้นเริ่มสนิทกัน จนเพื่อนของ N คิดว่า N จีบ M เพื่อนของ N ก็ ไล่ให้ M มาคบ กับ N หลังจากนั้น สักพัก M ก็ ขอ N เป็นแฟน…..
จนกระทั่ง เปิดภาคเรียน M ก็ได้เข้าศีกษา ที่โรงเรียนกับที่ N เรียนอยู่ วันแรกของการเรียน ก็ต่างคนต่างไปเรียนจนหลังเริ่มเรียน M ก็ มาหา N ที่โรงยิมของโรงเรียน ทำอย่างงี้ ทุกวัน เพื่อให้ N กับบ้านด้วย จน N เริ่มใจอ่อน ยอมคบเป็น แฟนกับ M ความรักแรกๆ ก็ ผ่านไปด้วยดี หรือ ที่ เรียกกันว่าช่วง โปรโมชั่น กันนั่นเอง เวลาผ่านไป สักพัก M ก็ เริ่มสนิทกับ เพื่อนในชั้น ก็ เริ่ม ไม่กลับบ้าน พร้อมกับ N  N ก็เลย กลับไปใช้ ชีวิตแบบเดิม เรียน เล่นกีฬา ( ตอนเย็นที่ โรงเรียนตามเดิม )
กิจกรรมชุมชน ของ โรงเรียน M ก็ ตามมาอยู่ ชุมนุม เดียวกับ N กิจกรรมกีฬาสี ของ โรงเรียน N  กับ M อยู่สี เดียวกัน โดยที่ห้องของ N เป็นรุ่นพี่ ทำหน้าที่คุม ห้องของ M เต้นแอราบิก ประกอบเพลง แต่ N ก็ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่คุม M เต้นแอราบิก เพราะว่า N เป็นตัวแทนสีในการแข่งกีฬา
หลังจากที่ เวลาในการ คบหาเป็นแฟนกัน ผ่านไป  1 ปี ก็เข้าสู่ ปิดเทอม ภาคฤดูร้อน ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกัน กลับบ้านต่างจังหวัด ในช่วงเวลานั้นก็ คุยกันน้อยลง เพราะต่างคนต่างสนุกกับ เทศการณ์สงกรานต์ จนเวลาช่วงปิดเทอมหมดก็เข้าสู่ การเปิดภาคเรียนใหม่ N กับ M ก็ไปโรงเรียนพร้อมกัน ทุกวัน เวลาเลิกเรียน ต่างคนต่าง กลับบ้าน หลังจากเปิด ภาคเรียนใหม่ในปีการศึกษานี้ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี จนกระทั้ง เดือนสิงหาคม ก็เริ่มมีเรื่องทะเลาะกัน หลังจากที่ทะเลาะกันพักใหญ่ M ก็โทรมามาขอเลิกกับ N
หลังจากเลิกกัน N ก็ยังใช้ชีวิตแบบเดิม วันๆก็มีแค่ เรียน เล่นกีฬา ยังไม่คิดที่จะมีคนใหม่ ส่วน M ก็ มีคนใหม่ ในวันรุ่งขึ้น ทุกอย่างก็ดำเนินผ่านไปตามกาลเวลา ผ่านไป 3 เดือนกว่าๆ ก็เข้าสู่ช่วงกิจกรรม กีฬาสี ปีสุดท้าย ของ N ห้องของ N ก็ ยังทำหน้าที่คุม ห้องของ M ในการร่วมกิจกรรมกีฬาสี  
ในช่วงนั้นทำให้ N กับ M ได้กลับมาพา เจอกันบ่อยขึ้นอีกครั้ง อยู่มาวันนึง M ก็มาถาม N ว่า ยังรัก M อยู่ไหม N ก็ตอบกลับว่า ยังรักอยู่  N ก็ เลยถามเหตุผล ว่า ทำไม!!! ถึงถามอย่างงี้…. M ก็ เลยบอกว่า ช่วงนี้เจอหน้ากันทุกวัน ก็ เลย ลองถามดู พอ M รู้ว่า N ยังรักอยู่ ก็เลย ขอให้กลับมาคบกันเหมือนเดิม
หลังจากวันที่ M กลับมาคบกับ N ทุกอย่าง ก็เหมือนกับ เริ่มต้นนับ 1 ใหม่อีกครั้ง เป็นการนับ 1 ใหม่ที่ N ยังกลัวว่า M จะนอกใจกันอีกครั้ง ผ่านไปได้ สักพัก N ก็ เริ่มเชื่อใจ M อีกครั้ง ว่า M จะไม่ไปมีคนใหม่เหมือนครั้งที่แล้ว ทุกอย่างก็ดำเนินไปผ่านตามกาลเวลา
เข้าสู่ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนอีกครั้ง N กับ M ก็ไม่ได้คุยกันช่วงระยะหนึ่ง เวลาดำเนินผ่านไป                           จนเข้าสู่เปิดเทอมใหม่ M ก็ไปเรียน ส่วน N ก็เข้าสู่ชิวิตการเป็น นักศึกษา และ การทำงาน  ทำให้เวลาในการคุยกันของเรา 2 คนมีน้อยลง เพราะเวลาว่าง เราไม่ค่อยตรงกันเท่าไหร่
อยู่มาวันนึง M ก็มีเดือนร้อนเรื่องเงิน N ก็เลยให้ยืม แต่ในวันนั้น N เหนื่อยมาก ก็เงินเอาเงินไปให้ แล้วก็รีบกลับแต่ M กับมาทำตัว งี่เง่าใส่ N หลังจากที่แยกย้ายกันกลับบ้านในวันนั้น N ก็ไปคุยกับเพื่อน แล้วก็พูดคำว่า “เบื่อว่ะ” มาทำตัวงี่เง่าใส่ ด้วยความที่ว่า N คุยกับเพื่อน เล่นๆ ไม่ได้คิดอะไร แต่ M กับคิดว่า N เบื่อ M ที่ทำตัวงี่เง่าใส่ ก็เลยทำให้ทะเลาะกันอีกครั้ง M ก็เลยเสนอมาว่า ถ้า “ เบื่อ” กันนัก เลิกกันเลยไหม ละ เรื่องจะได้ จบ……
และสาเหตุในการเลิกกัน ครั้งนี้ เป็นเพราะ N พูดคำว่า “ เบื่อ “ ออกไปโดยไม่คิด พูดไปตามอารมณ์ เวลานั้น โดนที่ไม่คิดให้ดีก่อนว่า คนที่ฟังจะรู้สึกยังไง

ผลท้ายแล้ว เรื่องของความรักและคนรัก การพูดอะไรออกไปแต่ละอย่าง ควรที่จะคิดก่อนว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไง ถ้าได้ยินคำนั้น จากปากคนที่รัก ไม่ใช่ “พูดไม่คิด” ออกไป แล้วมานั่งเสียใจในภายหลัง ที่พูดคำนั้นออกไป….

จาก “คนรู้ใจ” สู่ “คนไม่รู้จักกัน”


จาก “คนรู้ใจ” สู่ “คนไม่รู้จักกัน”
ผมมีเรื่องเกี่ยวกับความรักของคนสองคนที่รักกันมาก และ กลายเป็นคนไม่รู้จักกัน….
ก่อนอื่นผมขอแทนตัวละครใน เรื่องนี ก่อนนะครับ ให้ N (แทนผู้ชาย) และ M (แทนผู้หญิง)

เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน โดยที่ N กับ M เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนของ M
“N กับ M รู้จักกันได้ไง”
“N กับ M เป็นแฟนกันได้ไง”
“ทำไมถึงเป็นคนไม่รู้จักกัน”

งั้นขอเริ่มที่ N กับ M รู้จักกันได้ไง ก็อย่างที่บอกไปข้างต้นนั้นแหละครับ ว่า N เป็นรุ่นพี่ของ M                  การเจอกันครั้งแรงของ N และ M เจอกันที่ สนามบาสของโรงเรียน ในวันนั้น M มากับเพื่อน และ N ก็เล่นบาสอยู่กับเพื่อน เจอกันครั้งแรก N ก็ทำตัวไม่ถูก ได้แต่แอบมอง M อยู่ห่างๆ หลังจากวันนั้น M ก็ เริ่มมาที่สนามบาสของโรงเรียนบ่อยขึ้น เจอกันบ่อยขึ้น
แล้ว “N  กับ M เป็นแฟนกันได้ไง”  ก็ N และ M เจอกันบ่อยขึ้น N ก็เริ่มรู้สึกชอบ M พอเพื่อนของ N รู้ เพื่อนก็บอกว่า ชอบแล้วทำไมไม่จีบเลยละ น้อง M ก็โสดอยู่ หลังจาก N รู้ว่า M โสด N ก็เลยตัดสินใจจีบ M เป็นเรื่องเป็นราว จน M ตกลงเป็นแฟน N
แล้ว “ทำไมถึงเป็นคนไม่รู้จักกัน” ก็หลังจากที่ N กับ M เป็นแฟนกัน ประมาณ 2 ปี ก็เริ่มมีเรื่อง ทะเลาะกันบ้าง จนกลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นเลิกกัน ( เหมือนจะจบกันด้วยไม่ดี สักเท่าไหร่ )
หลังจากเลิกกัน N กับ M ก็ไม่เจอหน้ากันเป็นเวลาหลายเดือน จนอยู่มาวันหนึ่ง N M และเพื่อนของแต่ละฝ่าย ไป ตีแบดที่เดียวกัน N ติดในใจ บังเอิญเกินไปมั้ง การเจอกันครั้งนั้น N และ M ไม่ได้คุยกันเลย มีแค่มองแอบมองหน้ากัน
หลังจากเจอกันในครั้งนั้น N และ M ก็เริ่มเจอกันบ่อยขึ้น แต่ในการเจอกันแต่ละครั้งก็ไม่มีการทักทายกัน ทำเหมือน “คนไม่รู้จักกัน” มาก่อน
ทุกวันนี้ N กับ M ก็เจอกันอยู่เหมือนเคย แต่ก็ยังทำเหมือนทุกครั้งที่เจอกัน คือ ไม่มีการทักทายกันเหมือนเคย

สุดท้ายนี่ การเลิกกับใครสักคน มันอาจทำให้จาก “คนรู้ใจ” กัน กลับกลายเป็น “คนไม่รู้จักกัน” ถึงแม้ในใจของอีกฝ่ายจะอยากทักทายแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่มีการตอบสนองก็ไร้ความหมาย